หน้าเว็บ

คลังบทความ ^^

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

มารยาทไทย>>การกราบ


การกราบ (อภิวาทเป็นการแสดงความเคารพด้วย วิธีนั่งประนมมือขึ้นเสมอหน้าผากแล้วน้อมศีรษะ ลงจรดพื้นหรือจรดมือ ณ ที่ใดที่หนึ่ง แล้วน้อมศีรษะลงบนมือนั้น เช่น กราบลงบน ตักก็อนุโลมถือว่าเป็นกราบ ถ้าหมอบแล้วน้อม ศีรษะจรดมือที่ประนมถึงพื้นเรียกว่า หมอบกราบ การกราบมี ลักษณะ คือ การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ และการกราบผู้ใหญ่
3.1 การกราบแบญ จางคประดิษฐ์ ใช้กราบพระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระ ธรรม พระสงฆ์ การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ หมายถึง การ ที่ให้อวัยวะทั้ง คือ เข่าทั้ง มือทั้ง และหน้าผากจรดพื้น การกราบจะมี จังหวะ และจะต้องนั่งอยู่ในท่าเตรียมกราบ
ท่าเตรียมกราบ
ชาย นั่งคุกเข่าปลายเท้าตั้ง นั่ง บนส้นเท้า มือทั้งสองวางบนหน้าขาทั้ง สองข้าง (ท่าเทพบุตร)
หญิง นั่งคุกเข่าปลาย เท้าราบ นั่งบนส้นเท้า มือทั้งสองวางบน หน้าขาทั้งสองข้าง (ท่าเทพธิดา)
จังหวะ ที่ 1 อัญชลียกมือขึ้นประนมระหว่างอก ปลายนิ้วชิดกันตั้งขึ้นแนบตัวไม่กางศอก
จังหวะที่ 2 (วันนายกมือขึ้น พร้อมกับก้มศีรษะ โดยให้ปลายนิ้วชี้จรดหน้า ผาก
จังหวะที่ 3 (อภิวาททอดมือลง กราบ ให้มือและแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกัน มือคว่ำห่างกันเล็กน้อยพอให้หน้าผากจรด พื้นระหว่างมือได้
ชาย ให้กางศอกทั้งสอง ข้างลง ต่อจากเข่าขนานไปกับพื้น หลังไม่ โก่ง
หญิง ให้ศอกทั้งสองข้างคร่อมเข่าเล็ก น้อย
ทำสามจังหวะให้ครบสามครั้ง แล้วยก มือขึ้นจบโดยให้ปลายนิ้วชี้จรดหน้าผาก แล้วปล่อยมือลง การกราบไม่ควรให้ช้าหรือ เร็วเกินไป
3.2 การกราบผู้ใหญ่ ใช้ กราบผู้ใหญ่ที่มีอาวุโส รวมทั้งผู้มีพระ คุณได้แก่ พ่อ แม่ ครูอาจารย์ และผู้ที่เรา เคารพ กราบเพียงครั้งเดียว โดยที่ผู้กราบทั้งชาย และหญิงนั่งพับเพียบ ทอดมือทั้งสองข้างลง พร้อมกัน ให้แขนทั้งสองคร่อมเข่าที่อยู่ด้าน ล่างเพียงเข่าเดียว มือประนม ค้อมตัวลงให้หน้า ผากแตะส่วนบนของมือที่ประนม ในขณะกราบ ไม่ควรกระดกนิ้วหัวแม่มือขึ้นรับหน้าผาก

มารยาทไทย>>การไหว้


ไหว้ (วันทนา ) การไหว้เป็นการแสดงความเคารพโดยการประนม มือให้นิ้วชิดกันยกขึ้นไหว้ การไหว้แบบ ไทยแบ่งออกเป็น แบบ ตามระดับของบุคคล ดัง นี้
ระดับที่ 1 การไหว้พระ ได้แก่ การ ไหว้พระรัตนตรัยรวมทั้งปูชนียวัตถุและปูชนีย สถานที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในกรณีที่ไม่ สามารถกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ได้ โดยประนมมือให้ปลาย นิ้วชี้จรดส่วนบนของหน้าผาก
ชาย ยืน แล้วค้อมตัวลงให้ต่ำพร้อมกับยกมือขึ้น ไหว้
หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลงให้ต่ำโดย ถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งตามถนัด พร้อมยกมือ ขึ้นไหว้
ระดับที่ การไหว้ผู้มีพระ คุณและผู้มีอาวุโส ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครู อาจารย์ และผู้ที่เราเคารพนับถือ อย่างสูง โดยประนมมือให้ปลายนิ้วชี้จรดระหว่าง คิ้ว
ชาย ยืนแล้วค้อมตัวลงน้อยกว่าระดับ การไหว้พระ พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้
หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลงน้อยกว่าระดับการไหว้พระ โดยถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งพร้อมกับยกมือ ขึ้นไหว้
ระดับที่ 3 การไหว้บุคคลทั่ว ๆ ไปที่เคารพนับถือหรือผู้มีอาวุโส รวมทั้ง ผู้ที่เสมอกันโดยประนมมือยกขึ้นให้ปลาย นิ้วจรดปลายจมูก
ชาย ยืนแล้วค้อมตัวลง น้อยกว่าระดับการไหว้ผู้มีพระคุณ พร้อมกับ ยกมือขึ้นไหว้
หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลง น้อยกว่าระดับการไหว้ผู้มีพระคุณ โดยถอย เท้าข้างใดข้างหนึ่งเล็กน้อย พร้อมกับยกมือ ขึ้นไหว้
ในการไหว้ผู้เสมอกันทั้งชาย และหญิงให้ยกมือขึ้นไหว้พร้อมกัน หรือใน เวลาใกล้เคียงกัน ในกรณีที่ทำพร้อมกันเป็น หมู่คณะ ควรจะนัดหมายให้ทำอย่างเดียวกัน
การไหว้ตามมารยาทไทยเช่นนี้ ปฏิบัติให้เรียบ ร้อยนุ่มนวลด้วยความสำรวมจึงจะดูงาม 

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

10 ตุ๊กตายอดนิยมของสาว ๆ

10 ตุ๊กตายอดนิยมของสาว ๆ

Barbie Go Red For Women Doll      



1. Barbie

        บุคคลที่เป็นผู้คิดค้นตุ๊กตา 'บาร์บี้' มีชื่อว่า 'รูธ แฮนเลอร์' ประธานบริษัทเมดเทล ผู้จัดจำหน่ายของเล่นชื่อดังแห่งแดนลุงแซม เจ้าของลิขสิทธิ์ตุ๊กตา 'บาร์บี้' นั่นเอง 'แฮนเลอร์' ได้รับแรงบัลดาลใที่จะประดิษฐ์ตุ๊กตาบาร์บี้ หลังจากเธอสังเกตเห็นว่า 'บาร์บารา' ลูกสาวของเธอชอบเล่นตุ๊กตากระดาษที่มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เป็นเด็ก จึงทำให้เธอเกิดไอเดียขึ้นมาว่าอยากจะผลิตตุ๊กตาพลาสติกที่มีรูปโฉมเป็นผู้ใหญ่ออกวางขาย ทว่าในตอนแรกคนรอบกายของเธอไม่เห็นด้วย

        ต่อมาเมื่อ 'แฮนเลอร์' มีฮดกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรปในปี 1956 เธอก็ไปสะดุดตากันตุ๊กตา 'ไบลด์ ลิลลี่' ของเยอรมนี (ตุ๊กตารูปหญิงสาววัยทำงานที่วางจำหน่ายครั้งแรกในเยอรมนีปี 1955 โดยเป้าหมายทางการตลาดในตอนแรกต้องการเจาะกลุ่มผู้ใหญ่ แต่กลับได้รับความนิยมในหมู่เด็กๆ มากกว่า) ซึ่งวางขายอยู่ในร้านขายของของสวิตเซอร์แลนด์ และได้ซื้อกลับบ้านมา 3 ตัว โดยที่ตัวหนึ่งให้ลูกสาว ส่วนที่เหลือนำมาเป็นต้นแบในการผลิตตุ๊กตา 'บาร์บี้'

        จากนั้น 'แฮนเลอร์' ก็ได้ดัดแปลงเปลี่ยนโฉมตุ๊กตาลิลลี่ใหม่หมด พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า 'บาร์บี้' ตามชื่อลูกสาวเธอ ก่อนที่จะนำไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานมหกรรมของเล่นของมหานครนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1959 ซึ่งถือเป็นวันเกิดของ 'บาร์บี้' ด้วย นับนิ้วดูตอนนี้ 'บาร์บี้' อายุ 50 ปีแล้ว และเพิ่งจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้






2. Teddy Bear
        'เท็ดดี้แบร์' นั้นเป็นหมีน้อยน่ารักน่ากอด ที่คาดว่าสาว ๆ น่าจะมีเก็บไว้บนเตียงนะคะ โดยเรื่องเล่าเกี่ยวกับต้นกำเนิดของ 'เท็ดดี้แบร์' จาก 2 แหล่งคือเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน คือประมาณปี ค.ศ. 1902 โดยเรื่องเล่าของชาวเยอรมันนั้นก็คือ ในปี ค.ศ. 1902 'Richard Steif' ซึงเป็นนักออกแบบของเล่นของโรงงานทำของเล่นของครอบครัวเขาเอง ได้เดินทางไปดูการแสดงละครสัตว์ที่อเมริกาเพื่อหาไอเดียในการออกแบบของเล่นชิ้นใหม่ และเขาก็เกิดความคิดในการนำเอาหมีในคณะละครสัตว์มาเป็นแบบในการผลิตตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาหมีที่เขาออกแบบจะมีข้อต่อตามจุดต่าง ๆ ได้แก่ คอ แขน และขา ทำให้เราสามารถเปลี่ยนอิริยาบถของมันได้เหมือนหมีจริง ซึ่งต่างจากตุ๊กตาหมีที่มีอยู่ในขณะนั้น

        หลังจากนั้น 'Richard Steif' ได้นำตุ๊กตาหมีที่เขาออกแบบไปแสดงในงานแสดงสินค้าที่ Leipzig ในปี ค.ศ. 1903 แต่เขาก็ต้องผิดหวังที่ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจตุ๊กตาหมีของเขาเลย จนกระทั่งในขณะที่เขากำลังเก็บของในวันสุดท้ายของงานแสดงสินค้า ผู้ชมงานชาวอเมริกันคนหนึ่งได้เข้ามาหยิบดูตุ๊กตาหมีของเขา และสั่งซื้อในปริมาณมาก และนี่คือต้นกำเนิดที่ทำให้ตุ๊กตาหมีที่เขาอกแบบแพร่หลายไปยังประเทศอื่น ๆ ค่ะ




        
   



3. Hello Kity

        'คิตตี้' นั้นเกิดในปี ค.ศ. 1974 อกกแบบโดย Ms. Shimizu Yuuko' ชื่อของ 'คิตตี้' นั้นมากจากชื่อแมวในเรื่อง 'Through the Looking-Glass: And What Alice Found There' ซึ่งเป็นหนังสือในซีร่ีส์เรื่อง 'อลิสในดินแดนมหัศจรรย์' ตัวการ์ตูน 'คิตตี้' จะเป็นแนวเส้นเรียบๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก 'สนูปปี้' ซึ่งเป็นที่รู้จักันดีในสมัยนั้น แต่สนูปปี้เป็นเด็กผู้ชายที่ซุกซน เธอเลยตั้งใจออกแบบให้ 'คิตตี้' เป็นเด็กผู้หญิงที่เงียบๆ เรียบร้อยแทน ถึงไม่พูดอะไรแต่สามารถสื่อสารถึงอารมณ์ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนรัก 'คิตตี้' เนื่องจากหน้าตา 'คิตตี้' ไม่แสดงถึงอารมณ์ใดๆ ทำให้เจ้าของสามารถจินตนาการได้ด้วยตัวเอง พอรู้สึกร่าเริงก็รู้สึกว่ามันยิ้มไปกับเรา แต่พอรู้สึกเศร้าก็จะเห็นว่ามันเศร้าไปด้วยทำให้เกิดความผูกพันรู้สึกว่าอยู่กับ 'คิตตี้' แล้วอบอุ่น และเป็นตุ๊กตาที่ใครๆ ก็หลงรักค่ะ




blythe3.jpg image by femmemy




4. Blythe
        'น้องบลายธ์' ตุ๊กตาตาโตสุดเปรี้ยวที่ตอนนี้กำลังฮิตระเบิดระเบ้อในบ้านเรานั้น มีประวัติดังนี้ค่ะ โดย 'Blythe' อ่านออกเสียงว่า 'Blahyth' หรือ 'Blind' (บลายธ์) เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบให้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2515 (ค.ศ.1972) โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐอเมริกานามว่า 'เค็นเนอร์' (Kenner) ค่ะ ซึ่งสาว 'Blythe' ปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกายสไตล์วินเทจที่มีให้ Mix & Match กว่า 12 ชุด โมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ 'Blythe', 'Karess', 'Willow' และ 'Skye' จึงถูกคิดค้นขึ้นมา แต่ด้วยความที่อยากให้ตุ๊กตา Blythe ล้ำยุคและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รูปลักษณ์ภายนอกของสาวบลายธ์จึงถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดดเด่น หัวโต ตัวผอม ความสูง 11.5 นิ้ว มีดวงตากลมโตเท่าไข่ห่านที่หลับได้เปิดได้ แถมเวลาเปิดเปลือกตาแต่ละครั้ง เธอสามารถเปลี่ยนสีดวงตาได้ถึง 4 สี คือ เขียว, ชมพู, ส้ม และน้ำเงิน

        หลังจากที่ 'Hasbro' (ผู้สืบทอดกิจการจาก 'Kenner') ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น 'Blythe' ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยมที่มีราคาสูง บางตัวเหยีบแสนก็มีค่ะ








  5. ตุ๊กตาริกะจัง
   
        'ริกะจัง' (ชื่อเต็มคือ 'ริกะ คายามะ') เป็นตุ๊กตาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ตัวแรกของญี่ปุ่น ผลิตครั้งแรกในวันท่ 4 เดือนกรกฎาคม 1967 (พ.ศ. 2510) จัดทำและจำหน่ายโดยบริษท Takara โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตุ๊กตาบาร์บี้ โดยมีรูปร่างและขนาดเล็กกว่าบาร์บี้ เพราะต้องการทำให้เป็นเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นวันย 11 ปี ปัจจุบัน 'ริกะจัง' มีการเปลี่ยนบอดี้และหน้าตามาแล้ว 4 รุ่น นอกจากนี้ก็ยังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอีกด้วย










  6. Pullip
    'Pullip' คือตุ๊กตาที่บริษัทเกาหลี Chunsang Chunha ออกแบบแลเะวางขายที่ตลาด JUN Planing ของญี่ปุ่น โดยเริ่มวางขายในปี 2003 และด้วยข้อแตกต่างของหัวขนาดใหญ่ของเธอ (เหมือนได้รับแรงบันดาลใจมาจากตุ๊กตา 'Blythe' ที่เป็นที่นิยม) และร่างกายที่เป็นข้อต่อ นอกจากนี้ 'Pullip' ยังมีกลไกตาที่มีเอกลักษณ์ที่ทำให้ตาของเธอขยับไปมา และการขยิบตาผ่านอุปกรณ์ควบคุมบนด้านหลังของหัว ตุ๊กตาแต่ละตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ แตกต่างกัน ซึ่งต่อมาก็มีการ์ดของแต่ละตัวและแท่นสำหรับให้ยืนให้ด้วยค่ะ












   
  7. ตุ๊กตา BJD (Ball-jointed doll)
        หรือที่ย่อมาจาก 'Ball-jointed doll' (BJD) แบ่งง่ายๆ เป็นรุ่นใหญ่ (สูงประมาณ 58 cm. ขึ้นไป) และรุ่นเล็ก (ต่ำกว่า 45 cm.) เป็นตุ๊กตาหน้าตาทันสมัย ที่ตอนนี้กำลังไต่ระดับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ



















  8. Lumi doll
           'Lumi doll' เป็นตุ๊กตาสัญชาติเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Lati มีให้เลือกหลายรุ่น หลายแบบ หลายสไตล์ มีลักษณะเป็นตุ๊กตาแก้มป่อง ตากลมโต รูปร่างสมส่วน สีหน้าและแววตาแสดงความรู้สึกบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี สามารถตกแต่งได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า วิกผม รองเท้า และมีเครื่องประดับมากมายให้แต่งตัวตุ๊กตากันได้ไม่เบื่อ เช่น ถุงน่อง รองเท้า หมวก ก็ปรับเปลี่ยนตามแต่ใจเราต้องการ ที่สำคัญสามารถเปลี่ยนสีตาได้มากกว่า 1 สี

           ทั้งนี้ 'Lumi doll' ยังมีฝาแฝดอีกหนึ่งตัวคือ 'Lami doll' โดย 'Lami' และ 'Lumi' มีความแตกต่างกันที่ Lami จะดูออกแนวเข้มแข็งเป็นสาวสปอร์ตเกิร์ล ชอบออกกำลังกาย ดูเป็นสาวร่าเริงสดใส มีเพื่อนเยอะ ในขณะที่ 'Lumi' จะดูบุคลิกเป็นเด็กเงียบๆ เรียบร้อย หน้าตาอ่อนโยน รักสันโดษ ชอบของสวยงาม ออกแนวคุณหนู มีความสามารถทางด้านศิลปะ ชอบสะสมเครื่องประดับ เครื่องสำอาง และของสวยๆ งามๆ เห็นตัวนึงนี่เหยียบหมื่นกันเลยล่ะค่ะ














  9. Dream of Doll
        ตุ๊กตา 'Dream of doll' เป็นตุ๊กตาสุดเท่จากเกาหลีที่มีราคาสูงอยู่ไม่น้อย บางตัวเหยียบแสน ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ตุ๊กตาห้ามพลาดเด็ดขาดเลยจ้า
















 10. Super Dollfie'
     'Super Dollfie' หรือเรียกย่อๆ ว่า 'SD' โดยประวัติคร่าวๆ ของ 'SD' คือ เริ่มตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งดังมากๆ ที่ญี่ปุ่น 'SD' เป็นลิขสิทธิ์ของ VOLKS.INC แต่เพียงผู้เดียว เมื่อผลิตออกมา 'Super Dollfie' เป็นที่นิยมมากเพราะมีใบหน้าที่น่ารักแบบการ์ตูน, รูปร่างถูกหลัก anatomy, คุณภาพสูง, สามารถเปลี่ยนวิกผม/ลูกตา, การแต่งหน้า, การเจาะในที่ต่างๆ เช่น หู หรือริมฝีปาก ทำให้เจ้าของสร้างตุ๊กตาที่มีลักษณะตามที่ต้องการได้ และความสนุกอยู่ที่เจ้าของจะตั้งชื่อ สร้างอุปนิสัย และดูแลตุ๊กตาเหล่านี้ราวกับเลี้ยงลูกเลยทีเดียว

10 สถานที่เที่ยวทะเล ยอดนิยมในไทย


10 สถานที่เที่ยวทะเล ยอดนิยมในไทย


เกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว
ไประยองต้อง”เกาะเสม็ด”เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงจังหวัดระยองขึ้นมา ก็คงจะหนีไม่พ้นที่นี่แน่นอน เกาะเสม็ดแห่งนี้มีตำนานพ่วงท้ายมาด้วย เพราะเชื่อกันว่า”เกาะแก้วพิสดาร”...

เกาะ สมุย
เกาะสมุยเป็นเกาะใหญ่ที่สุดและมีคนอยู่อาศัยมากที่สุดในสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากศาลากลาง จ.สุราษฎร์ธานี 84 กม. นักท่องเที่ยวรู้จักเกาะสมุยมากกว่าตัวจังหวัดด้วยซ้ำ

หากจะมาเที่ยวท...

หาดหัวหิน
ด้วยเสน่ห์ของหาดหัวหินที่มีหาดทรายขาวสะอาดและกว้างยาวสุดสายตาความยาวของหาดประมาณ 5 กิโลเมตร ชายหาดกว้าง ยาวไปจนจรดเขาตะเกียบ บรรยากาศชวนเล่นน้ำและพักผ่อนตากอากาศมาก บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีถนนเรียบชา...

เกาะช้าง
เกาะช้าง จ.ตราด อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 315 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 2,819 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดชายแดนทางภาคตะวันออกของประเทศไทย

นอกจากนี้บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ยังมีเกาะเ...

เกาะทะลุ
เกาะทะลุ เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นชั้นดีที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากอยู่ชายทะเลในอ่าวบางสะพานไม่ว่าช่วงไหน คือตั้งแต่อ่าวแม่รำพึงจนถึงบางเบิด จะมองเห็นเกาะทะลุซึ่งเป็นเกาะใหญ่อยู่ห่างจา...

วนอุทยานท้าวโกษา (เขากะโหลก)
วนอุทยานท้าวโกษา คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อเขากะโหลก เขากะโหลกเป็นภูเขาขนาดย่อม อยู่ริมทะเลบริเวณปลายหาดนเรศวรด้านใต้ มีทิวทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อนเล่นน้ำกันมาก มีเรือแคนูให้เช่าพ...

วนอุทยานปราณบุรี
วนอุทยานปราณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย มีทั้งเส้นทางศึกษาพรรณไม้ ดูนกในป่าชายเลน ล่องเรือเที่ยวคลอง พักผ่อนใต้ร่มสนชายทะเล เล่นน้ำชายหาด

- มีร้านอาหารและห...

หาดไกลกังวล
หาดไกลกังวล เป็นชายหาดที่สวยงามและมีชื่อเสียงของประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของพระราชวังไกลกังวล บริเวณชายหาดบรรยากาศเงียบสงบ มีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย

ที่ตั้งและการเดิน...

หาดทรายน้อย
หาดทรายน้อย เป็นชายหาดเล็กๆ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบชายทะเลที่ไม่พลุกพล่าน หากนักท่องเที่ยวแวะเที่ยวที่เขาเต่า สามารถเดินลงมาจากบริเวณด้านหลังสำนักสงฆ์ถ้ำเขาเต่าได้

อ่าวประจวบ(อ่าวเกาะหลัก)
อ่าวประจวบ(อ่าวเกาะหลัก) ตัวเมืองประจวบฯ มีเสน่ห์ที่เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ริมอ่าวประจวบ มีหาดทรายและน้ำทะเลใสสะอาด อ่าวมีลักษณะโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ยาว 8 กม. 

10 อันดับภาษาที่เรียนรู้ยากที่สุด


10 อันดับภาษาที่เรียนรู้ยากที่สุด


ภาษา สวาฮีลี (หรือ คิสวาฮีลี) เป็นภาษากลุ่มแบนตูที่พูดอย่างกว้างขวางในแอฟริกาตะวันออก ไม่ ว่าจะเป็น แทนซาเนีย เคนยา ยูกันดา รวันดา บุรุนดี คองโก-กินชาซา โซมาเลีย คอโมโรส (รวมมายอต) โมซัมบิก และมาลาวี ภาษาสวาฮีลีเป็นภาษาแม่ของ ชาวสวาฮีลี ซึ่งอาศัยอยู่แถบชายฝั่งของแอฟริกาตะวันออกระหว่างประเทศโซมาเลียตอนใต้ ประเทศโมแซมบิกตอนเหนือ มีคนพูดเป็นภาษาแม่ประมาณ 5 ล้านคนและคนพูดเป็นภาษาที่สองประมาณ 30-50 ล้านคน ภาษาสวาฮีลีได้กลายเป็นภาษาที่ใช้โดยทั่วไปในแอฟริกาตะวันออกและพื้นที่รอบ ๆ ว่ากันว่า การเรียนภาษาสวาฮิลีเป็นสิ่งท้าทายที่สุด
ภาษา อังกฤษ เป็นภาษาตระกูลเจอร์เมนิกตะวันตก มีต้นตระกูลมาจากอังกฤษ เป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแรกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษากลาง (lingua franca) เนื่อง จากอิทธิพลทางทหาร เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพราะว่าภาษาอังกฤษนั้นได้เข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งต่อผู้คนในหลากหลายอาชีพ ซึ่งบางอาชีพต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษมาช่วยประสานงาน ทำให้งานทุกอย่างนั้นง่ายราบรื่นและสำเร็จลงไปได้ด้วยดี สาเหตุที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ยากโดยรวมเนื่องจาก เป็นภาษาที่ใช้อักษรละตินเป็นอักษรหลักในการเขียน และการสะกดคำหลายคำจะไม่ตรงกับการอ่านออกเสียง ซึ่งทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ยากภาษาหนึ่งในการเรียน
ภาษา เกาหลี เป็นภาษาที่ส่วนใหญ่พูดใน ประเทศเกาหลีใต้ และ ประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งใช้เป็นภาษาราชการ และมีคนชนเผ่าเกาหลีที่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนพูดโดยทั่วไป(ใน จังหวัดเหยียนเปียน มณฑลจื๋อหลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี) ทั่วโลกมีคนพูดภาษาเกาหลี 78 ล้านคน รวมถึงกลุ่มคนในอดีตสหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีผู้พูดใน ฟิลิปปินส์ ด้วย การจัดตระกูลของภาษาเกาหลีไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่คนส่วนมากมักจะถือเป็นภาษาเอกเทศ นักภาษาศาสตร์บางคนได้จัดกลุ่มให้อยู่ใน ภาษาตระกูลอัลไตอิกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากภาษาเกาหลีมีวจีวิภาคแบบภาษาคำติดต่อ ส่วนวากยสัมพันธ์หรือโครงสร้างประโยคนั้น เป็นแบบประธาน-กรรม-กริยา (SOV) แม้ว่าภาษาเกาหลีจะมีตัวอักษร กับสระเพียงไม่กี่ตัวที่ต้องจำ(อักษร 19 + สระ 21) หากแต่ว่าไวยกรณ์ของเกาหลียากมาก ต้องจำกฎสารพัด กว่าจะเข้าใจและสามารถเขียนและอ่านได้
ภาษาเยอรมัน หรือด๊อยช์ เป็นภาษากลุ่มเจอร์เมนิกด้านตะวันตก และเป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแม่มากที่สุดในสหภาพยุโรป ส่วนใหญ่พูดในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย ลิกเตนสไตน์ ส่วนมากของสวิตเซอร์แลนด์ลักเซมเบิร์ก แคว้นปกครองตนเองเตรนตีโน-อัลโตอาดีเจในอิตาลี แคว้น ทางตะวันออกของเบลเยียม บางส่วนของโรมาเนีย แคว้นอัลซาซและบางส่วนของแคว้นลอร์แรนใน ฝรั่งเศส นอกจากนี้ อาณานิคมเดิมของประเทศเหล่านี้ เช่น นามิเบีย มีประชากรที่พูดภาษาเยอรมันได้พอประมาณ และยังมีชนกลุ่มน้อยที่พูดภาษาเยอรมันในหลายประเทศทางยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย ฮังการี และสโลวีเนีย รวมถึงอเมริกาเหนือ (โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา) รวมถึงบางประเทศในละตินอเมริกา เช่น อาร์เจนตินา และในบราซิล ภาษาเยอรมัน จะว่ายาก..มันก็ยาก เพราะมีการแบ่งเพศในคำนามสิ่งของที่มีอยู่ในโลกนี้ 3 เพศ เช่น เวลา หรือ นาฬิกา นั้นเป็นเพศหญิง เครื่องดื่มที่เป็นแอลกฮอลล์ทุกชนิด ยกเว้นเบียร์ ถือว่าเป็นเพศกลาง เป็นต้น(มันคิดได้ไงว่ะเนี้ย) นอกจากนี้ยังยากตรงไวยากรณ์ เพราะมีข้อยกเว้นมาก และยากที่จะพูดให้คล่องโดยถูกหลักไวยากรณ์ เพราะคำกริยาบางทีก็อยู่ข้างหลังประโยค นอกจากนี้คำกริยาและคุณศัพท์ยังต้องผันตามเพศของคำนามอีก
ภาษา รัสเซีย เป็นภาษากลุ่มสลาวิกที่ใช้เป็นภาษาพูดอย่างกว้างขวางที่สุด ภาษารัสเซียจัดอยู่ในกลุ่มอินโด-ยูโรเปียน ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์กับภาษาสันสกฤต ภาษากรีก และภาษาละติน รวมไปถึงภาษาในกลุ่มเจอร์เมนิก โรมานซ์ และเคลติก (หรือเซลติก) ยุคใหม่ ตัวอย่างของภาษาทั้งสามกลุ่มนี้ได้แก่ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาไอริชตามลำดับ ส่วนภาษาเขียนนั้นมีหลักฐานยืนยันปรากฏอยู่เริ่มจากคริสต์ศตวรรษที่ 10ในปัจจุบัน ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่มีการใช้นอกประเทศรัสเซียด้วย มีเอกสารทางวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งตีพิมพ์เป็นภาษารัสเซีย รวมทั้งความรู้ในระดับมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่มีความสำคัญทางการเมืองในยุคที่สหภาพโซเวียตเรือง อำนาจและยังเป็นภาษาราชการภาษาหนึ่งของสหประชาชาติ และเป็นหนึ่งในภาษาที่ยากต่อการทำความเข้าใจ สับสน วุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นเขียนหรือการอ่านออกเสียง
ภาษา ญี่ปุ่น เป็นภาษาทางการ ของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบัน มีผู้ใช้ทั่วโลกราว 130 ล้านคน นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว รัฐอังกาอูร์ สาธารณรัฐปาเลา ได้กำหนดให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาทางการภาษาหนึ่ง นอกจากนี้ภาษาญี่ปุ่นยังถูกใช้ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่นอกประเทศ นักวิจัยญี่ปุ่น และนักธุรกิจต่าง ๆ คำภาษาญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาจีน ที่ได้นำมาเผยแพร่มาในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,500 ปีที่แล้ว และตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็ได้มีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาจีนมาใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน เช่นคำที่มาจากภาษาดัตช์ สาเหตุที่ภาษานี้มีความยากจนเรียกได้ว่าถึงขั้นพิสดารอันเนื่องมาจากคน ญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีพิธีรีตองมาก ดังนั้นคำภาษาญี่ปุ่นจึงอักษรถึง3แบบ แบ่งคำศัพท์สำหรับใช้กับเพื่อน คนในครอบครัว อาจารย์เป็นต้น บางตัวไม่สามารถอธิบายได้ต้องจำเอาเอง ถือว่าเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน ยิ่งเป็นอักษรคันจิยิ่งไปใหญ่ ขนาดคนญี่ปุ่นด้วยกันเองก็แทบแย่เหมือนกัน
ภาษาโปแลนด์ คือภาษาทางการของประเทศโปแลนด์ มี ต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ของโปแลนด์ ในปัจจุบันจากภาษาท้องถิ่นต่างๆ โดยเฉพาะที่พูดใน Greater Poland และ Lesser Poland ภาษาโปแลนด์เคยเป็นภาษากลาง ในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เนื่องจากอิทธิพลทางการเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการทหารของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย ในปัจจุบันภาษาโปแลนด์ไม่ได้ใช้กันกว้างขวางเช่นนี้ เนื่องจากอิทธิพลของภาษารัสเซีย อย่างไรก็ดี ยังมีคนพูดหรือเข้าใจภาษาโปแลนด์ในพื้นที่ชายแดนทางตะวันตกของยูเครน เบลารุส และลิทัวเนีย เป็นภาษาที่สองและคนอพยพจากประเทศโปแลนด์ที่อาศัยในพื้นที่ในประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล บราซิล แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ส่วนความยากนักคงเป็นที่ตัวอักษรที่ยากต่อความเข้าใจและการนำไปใช้ที่ยุ่ง ยากพอสมควร
ภาษาจีนเป็น อีกภาษาที่ยากที่สุดในโลก หากแต่กระนั้นมันมีความสำคัญต่อโลกเหมือนกันเพราะประชากรประมาณ 1/5 ของโลกพูดภาษาจีนแบบใดแบบหนึ่งเป็นภาษาแม่ ทำให้เป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแม่มากที่สุด (สำเนียงพูดที่ถือเป็นมาตรฐาน คือ สำเนียงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มภาษาแมนดาริน)และเป็นหนึ่งใน 6 ภาษาที่ใช้ในองค์การสหประชาชาติ (ร่วมกับ ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ ภาษาฝรั่งเศส ภาษารัสเซีย และภาษาสเปน) แน่นอนความยากของภาษาจีนนั้นก็คือออกเสียงยาก เขียนยากอีกทั้งมันมีหลายแบบ หลายสำเนียง เช่น จีนกลาง, จีนกวางตุ้ง แถมอักษรยังมีสองแบบคืออักษรจีนตัวเต็ม และ อักษรจีนตัวย่อ
ภาษา ฮังการี เป็น ภาษากลุ่มฟินโน-อูกริกที่พูดในประเทศฮังการีและ ในประเทศเพื่อน บ้านคือ โรมาเนีย สโลวาเกีย ยูเครน เซอร์เบีย มอนเตเนโกร โครเอเชีย ออสเตรีย และสโลวีเนีย (ทั้งหมดเป็นประเทศที่ฮังการีได้สูญเสียดินแดนให้หลังสงครามโลกครั้งที่ 1) มีคนพูดภาษาฮังการีประมาณ 14.5 ล้านคน มี 10 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในฮังการี และมีชนพื้นเมืองฮังการี ประมาณ 1,434,377 คนที่อาศัยอยู่ในโรมาเนีย โดยมีประชากรชนกลุ่มน้อยมากที่สุดในพื้นที่ทรานซิลเวเนียของโรมาเนีย
ภาษา บาสก์ เป็น ภาษาที่พูดโดยชาวบาสก์ซึ่งอาศัยอยู่แถบเทือกเขาพีเรนีสในตอนกลาง ของภาคเหนือของประเทศสเปน รวม ทั้งในบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่มีอาณาเขตติดต่อกัน หรือลึกลงไปกว่านั้นคือ ชาวบาสก์ได้ครอบครองแคว้นปกครองตนเองที่มีชื่อว่าแคว้นปกครองตนเองบาสก์ (Basque Country autonomous community) ซึ่งมีวัฒนธรรมและอิสระในการปกครองตนเองทางการเมือง นอกจากนี้ก็ยังมีชาวบาสก์ที่อยู่ในเขตนอร์เทิร์นบาสก์ในฝรั่งเศสและแคว้น ปกครองตนเองนาวาร์ในสเปนอีกด้วย ชื่อเรียกภาษาบาสก์อย่างเป็นทางการ (ในภาษาตนเอง) คือ เออุสการา (euskara) ส่วนในรูปภาษาถิ่นอื่น ๆ ได้แก่ เออุสเกรา (euskera) เอสกูอารา (eskuara) และ อุสการา (üskara) แม้ว่าในทางภูมิศาสตร์จะถูกล้อมรอบด้วยภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน แต่ภาษาบาสก์กลับจัดเป็นภาษาโดดเดี่ยว (language isolate) ไม่ใช่ภาษาในตระกูลดังกล่าว

10 อันดับภาษาที่คนพูดมากที่สุดในโลก

10 อันดับภาษาที่คนพูดมากที่สุดในโลก


     ภาษา                                                    ผู้พูด (ประมาณ)
1.  Chinese                                                  1,075,000,000                   
2. English                                                     541,000,000
3. Hindustani                                                496,000,000
4. Spanish                                                    425,000,000
5. Russian                                                     275,000,000
6. Arabic                                                      256,000,000
7. Bengali                                                     215,000,000
8. Portuguese                                               194,000,000
9. Malay-Indonesian                                       176,000,000
10. Frence                                                    129,000,000

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

อำเภอเมืองปาน

อำเภอเมืองปาน

ที่ตั้งและอาณาเขต    อำเภอเมืองปานตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

§  ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอดอยสะเก็ด (เชียงใหม่) อำเภอเวียงป่าเป้า (เชียงราย) และอำเภอวังเหนือ
§  ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแจ้ห่ม
§  ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองลำปาง
§  ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแม่ออนและอำเภอดอยสะเก็ด (จังหวัดเชียงใหม่)

ประวัติ
        เมืองปานเป็นชุมชนทางทิศเหนือของเขลางค์นคร เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์พืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่ทุ่งนาเรียกว่า "ทุ่งสามหมวก" หรือ "ทุ่งสามโค้ง" ปัจจุบันโค้งที่หนึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านน้ำจำ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองปาน โค้งที่สองอยู่บริเวณภูเขาดวงตา บ้านแพะ หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองปาน และโค้งที่สามอยู่บริเวณพระเจดีย์ม่อนเวียง บ้านทุ่งโป่ง หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองปาน ความสมบูรณ์ของทุ่งสามโค้งสามารถใช้เลี้ยงราษฎรได้อย่างเพียงพอ ด้วยเหตุนี้เมืองปานจึงเป็นที่หมายของเมืองอื่น ๆ อาทิเช่น พม่าและเงี้ยวที่ต้องการยึดครองเพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหาร
เมืองปานมีนายบ้านคนหนึ่งไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง      อดทน เด็ดเดี่ยว และเสียสละ ได้รวบรวมสมัครพรรคพวกต่อต้านพวกข้าศึกที่บุกรุกเข้ามา ได้รับชัยชนะหลายครั้งจนข้าศึกศัตรูไม่กล้ามารบกวนอีกต่อไป นายบ้านผู้นี้ได้สร้างเครื่องส่งสัญญาณในการแจ้งเหตุแก่หมู่บ้านและเป็นสัญญานัดหมายเพื่อร่วมมือกันต่อสู้ข้าศึกศัตรูโดยกันใช้ทองคำมาหลอมทำเป็น "ปาน" (ลักษณะคล้ายฆ้องใหญ่แต่โหนกที่ตีเล็กกว่า) ชาวบ้านเรียกว่า "ปานคำ" (=ปานทอง) นายบ้านผู้นี้เป็นผู้ทำปานเป็นสัญญาณแจ้งเหตุต่าง ๆ แก่ชาวบ้าน จนได้รับการขนานนามจากชาวเมืองปานว่า "เจ้าพ่อขุนจเรปาน" และเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่า เมืองจเรปาน ต่อมาเรียกเพี้ยนไปเหลือเพียง เมืองปาน
อำเภอเมืองปานแต่เดิมรวมอยู่ในท้องที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ต่อมาทางกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่าท้องที่อำเภอแจ้ห่มมีอาณาเขตกว้างขวาง มีพลเมืองมาก ท้องที่บางตำบลอยู่ห่างไกลจากอำเภอ เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราดูแลทุกข์สุขของราษฎรไม่ทั่วถึง เพื่อประโยชน์ในด้านการปกครองและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องที่ จึงได้ประกาศแบ่งท้องที่อำเภอแจ้ห่มตั้งเป็น กิ่งอำเภอเมืองปาน ขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 และยกฐานะเป็น อำเภอเมืองปาน ตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2535
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอเมืองปานแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 5 ตำบล 53 หมู่บ้าน ได้แก่
1.
เมืองปาน
(Mueang Pan)
8 หมู่บ้าน
2.
บ้านขอ
(Ban Kho)
13 หมู่บ้าน
3.
ทุ่งกว๋าว
(Thung Kwao)
13 หมู่บ้าน
4.
แจ้ซ้อน
(Chae Son)
12 หมู่บ้าน
5.
หัวเมือง
(Hua Mueang)
7 หมู่บ้าน


การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอเมืองปานประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่
§  เทศบาลตำบลเมืองปาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองปานทั้งตำบล
§  องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขอ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านขอทั้งตำบล
§  องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกว๋าว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าวทั้งตำบล
§  องค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแจ้ซ้อนทั้งตำบล
§  องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวเมืองทั้งตำบล